โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรี เป็นโครงการตามแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จากการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) โดยกำหนดให้เป็นระบบขนส่งมวลชนสายรองประเภทรถไฟฟ้ารางเดี่ยวแบบคร่อมราง (Straddle Monorail) สายแรกของประเทศไทย ก่อสร้างเป็นทางยกระดับตลอดเส้นทาง รวมระยะทางประมาณ 34.5 กิโลเมตร จำนวน 30 สถานี ซึ่งแนวเส้นทางรถไฟฟ้าจะผ่านที่พักอาศัย สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล และศูนย์การค้าหลายแห่ง
คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2559 ให้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดำเนินงานรถไฟฟ้าสายสีชมพูในรูปแบบ PPP Net Cost กล่าวคือภาครัฐจะเป็นผู้ลงทุนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและภาคเอกชนลงทุนค่างานโยธา ค่างานระบบรถไฟฟ้า ขบวนรถไฟฟ้า และค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการ รวมทั้งบริหารเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการ วงเงินลงทุน 53,490.00ล้านบาท โดยให้เอกชนร่วมลงทุนรวมเป็นเวลา 33 ปี 3 เดือน (ระยะเวลาการก่อสร้าง 3 ปี 3 เดือน และระยะเวลาเดินรถ 30 ปี)
โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยาย ช่วงสานีศรีรัช – เมืองทองธานี เป็นข้อเสนอของผู้รับสัมปทานที่จะก่อสร้างส่วนต่อขยายแยกออกจากสายหลัก (Spur Line) เพื่อเชื่อมต่อและบริการเดินรถไฟฟ้าระหว่างสถานีเมืองทองธานี (PK10) ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูฯ สู่ใจกลางพื้นที่เมืองทองธานี เป็นระยะทางรวม 3 กิโลเมตร ประกอบด้วย 2 สถานี โดยผู้รับสัมปทานจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด โดยคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก ในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๑ ได้มีมติเห็นชอบให้บรรจุโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขย่าย ช่วงสถานีครีรัช – เมืองทองธานี ในแผนแม่บทระบบขนส่งมวลขนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และคณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๑ ได้มีมติรับทราบสรุปมติที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก ดังกล่าวแล้ว
สาระหลักในการดำเนินงานโครงการส่วนต่อขยายฯ
• ด้านเทคนิค NBM เป็นผู้ดำเนินงานโครงการส่วนต่อขยายฯ รวมถึงปรับปรุงรูปแบบสถานีศรีรัช (PK-10) โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
• ผลตอบแทนให้ รฟม. ผู้รับสัมปทานจะแบ่งรายได้จากค่าตั๋วโดยสารเพิ่มเติมให้ รฟม. เมื่อปริมาณผู้โดยสารรวมโครงการส่วนหลักฯ และส่วนต่อขยายฯ สูงกว่าปริมาณผู้โดยสารค่าเดิมที่ระบุในสัญญาร่วมลงทุนฯ โครงการส่วนหลักฯ
• อัตราค่าโดยสารและการปรับอัตราค่าโดยสาร เป็นไปโดยสอดคล้องกับโครงการรถไฟฟ้าส่วนหลักฯ
• ระยะเวลาตามสัญญา แผนการดำเนินงานก่อสร้าง 37 เดือน และสิ้นสุดสัญญาทั้งโครงการพร้อมกับโครงการส่วนหลักฯ
• กรรมสิทธิ์ รฟม. ดำเนินการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน การขอใช้พื้นที่ การส่งมอบกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตามหลักการของโครงการสายหลักฯ ทั้งนี้ ผู้รับสัมปทานเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งสิ้น
ในอนาคตเมื่อสร้างแล้วเสร็จโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู จะช่วยรองรับการเดินทางในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ช่วยบรรเทาปัญหาด้านการจราจรและลดปัญหาด้านมลพิษในเขตเมือง ช่วยกระจายความเจริญจากในเมืองไปสู่ชานเมือง อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นๆ ให้ต่อเนื่องกันเป็นระบบและครบวงจร
|
* กลยุทธ์ PPP (Public-Private Partnership) คือ การร่วมกันพัฒนาและให้บริการโครงการสาธารณะของภาครัฐและเอกชน โดยทั้สองฝ่ายจะมีการจัดสรรผลประโยชน์และบริหารความเสี่ยงร่วมกัน ซึ่งเอกชนอาจจะเป็นผู้ให้บริการ บริหารระบบ หรือก่อสร้างงานโยธา มี 2 รูปแบบ
1. Net Cost คือเอกชนได้รับสิทธิ์ในการจัดเก็บรายได้และจัดสรรผลตอบแทนบางส่วนให้แก่ภาครัฐตามข้อตกลง ซึ่งเอกชนจะต้องรับความเสี่ยงจากการดำเนินงานทั้งหมด 2. Gross Cost คือ ภาครัฐจัดเก็บรายได้ทั้งหมดและชดเชยค่าตอบแทนให้บริษัทเอกชนตามค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินงาน
ประโยชน์ของ PPP
|